เข้าสู่ระบบ!!
หน้าแรก สินค้า เว็บบอร์ด เกี่ยวกับเรา บทความ วิธีการชําระเงิน ติดต่อเรา
ภาษาไทย
Mobile   PDA  
ค้นหา:
สมัครสมาชิก  บทความ  รถเข็น 
สถิติของเวบไซต์
เปิดเวบเมื่อ 03/05/2549
ปรับปรุงเวบเมื่อ 14/11/2557
ผู้ชมทั้งหมด
eXTReMe Tracker
สินค้าทั้งหมด 342


หมวดหมู่สินค้า/บริการ



จดหมายข่าว
กรุณาใส่อีเมล์ของท่าน เพื่อรับข่าวสารที่น่าสนใจ

Link
หนังสือบางส่วนของ openbooks สามารถสั่งซื้อได้จากร้านหนังสือเคล็ดไทยค่ะ
หนังสือบางส่วนของ openbooks สามารถสั่งซื้อได้จากร้านหนังสือซีเอ็ดค่ะ



 

รายละเอียดสินค้า/บริการ
สินค้า/บริการ >> บทความ สารคดี >> วิชาสุดท้าย (รวมเล่ม) ปกภาพถ่ายขาว-ดำ (หนังสือหมดค่ะ)

วิชาสุดท้าย (รวมเล่ม) ปกภาพถ่ายขาว-ดำ (หนังสือหมดค่ะ) - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่
วิชาสุดท้าย (รวมเล่ม) ปกภาพถ่ายขาว-ดำ (หนังสือหมดค่ะ)






  Tell a Friend

วิชาสุดท้าย (รวมเล่ม) ปกภาพถ่ายขาว-ดำ (หนังสือหมดค่ะ)

รหัสสินค้า: 000345
ราคาปกติ 395.00 บาท
ราคาพิเศษ 335.00 บาท
ประหยัด 60.00 บาท
โดย: สฤณี อาชวานันทกุล
รายละเอียด:

คำนำสำนักพิมพ์

หนังสือ วิชาสุดท้ายที่มหาวิทยาลัยไม่ได้สอน ถือกำเนิดขึ้นในค่ำวันหนึ่ง หลังจากผมชวนคุณสฤณี อาชวานันทกุล ผู้แปล ไปเยี่ยมท่านอาจารย์โกวิท เอนกชัย ที่หมู่บ้านบัวขาว มีนบุรี

ท่านอาจารย์โกวิทครองเพศบรรพชิตอยู่เป็นเวลานาน มีนามปากกาที่รู้จักกันดีในหมู่นักอ่านคุณภาพว่า เขมานันทะ 

เป็นเขมานันทะ ผู้เป็นศิษย์เอกของท่านอาจารย์พุทธทาสภิกขุ
และเป็นเขมานันทะผู้เป็นศิษย์เอกของหลวงพ่อเทียน จิตตสุโภ
เป็นเขมานันทะ ผู้ฝากผลงานมากมายไว้ที่โรงมหรสพทางวิญญาณ รวมทั้งเป็นผู้สร้างสรรค์พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร องค์จำลองจนกลายเป็นภาพจำของสวนโมกข์ 

คำสอนว่าด้วยการภาวนา การเจริญสติ งานเขียนเชิงวิเคราะห์วรรณคดีอันลุ่มลึก รวมทั้งการตีความงานศิลปะด้วยมุมมองของผู้ปฏิบัติธรรม ทำให้หนังสือของเขมานันทะ แม้จะไม่แพร่หลายสำหรับผู้อ่านทั่วไป หากแต่เป็นงานที่ทรงคุณค่าสูงล้ำ จึงไม่น่าแปลกใจ ที่ทั้งคุณสฤณีและผมจะรู้สึกยินดีเมื่อมีโอกาสได้พบท่านเขมานันทะตัวจริงที่บ้านพั

ความเป็นอยู่ของนักปราชญ์ส่วนใหญ่นั้นมักเรียบง่าย สมดังคำสอนของท่านพุทธทาสที่ว่า เป็นอยู่อย่างต่ำ มุ่งกระทำอย่างสูง ชีวิตความเป็นอยู่ของอาจารย์โกวิทในบ้านหลังเล็กก็เป็นเช่นนั้น แม้สิกขาลาเพศบรรพชิตแล้ว ท่านยังคงใช้ชีวิตเรียบง่าย ไม่ต่างจากนักบวช และท่านเคยเล่าให้ฟังว่า เมื่อกลับไปเยี่ยมท่านพุทธทาส ท่านพุทธทาสเคยถามว่า 

“คุณยังกินข้าวจานแมวอยู่หรือเปล่า” 

กินข้าวจานแมวคล้ายกินข้าวในบาตร คือปราศจากการปรุงแต่ง อาหารทั้งหลายล้วนเทรวมกันในจานใบเดียวเหมือนคลุกข้าวให้แมวกิน อันเป็นส่วนหนึ่งของปรัชญาการมีชีวิตอันเรียบง่ายของปราชญ์แห่งสวนโมกข์ ที่ถูกถ่ายทอดออกมาดังบทกวีว่า

กินข้าวจานแมว 
อาบน้ำในคู 
นอนในกุฏิเล้าหมู 
ฟังยุงร้องเพลง

นี่คือภูมิปัญญาของนักบวชผู้หันหลังให้กับระบบการศึกษาบาลีในกรุงเทพมหานคร แล้วย้อนกลับไปพำนักอยู่ในวัดร้าง ศึกษาวิชาจากตำราอันเป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าโดยตรง ดำรงชีวิตอยู่ด้วยการปฏิบัติจริง จนนำมาสู่คำสอนที่เรียบง่าย หากทว่าซื่อสัตย์ยิ่งต่อกาลเวลา

อันเป็นวิชาที่มหาวิทยาลัยไม่ได้สอน 

ในขณะที่หลวงพ่อเทียนผู้นำการเจริญสติแบบเคลื่อนไหวนั้น อย่าว่าถึงตำหรับตำราเลย แม้หนังสือหนังหาท่านก็หามีความรู้ไม่ วิชาที่ท่านมีจึงเป็น ปรีชาญาณของผู้ไม่รู้หนังสือ อันเป็นชื่อหนังสือที่อาจารย์โกวิทเขียนเป็นอาจาริยบูชาโดยแท้

อาจารย์โกวิทเคยเขียนเล่าว่า ครั้งหนึ่ง มีผู้นำพระเครื่องราคาแพงมาให้หลวงพ่อเทียนดู แล้วบอกหลวงพ่อว่า

“หลวงพ่อ พระองค์นี้นี่เก่ามาก”

หลวงพ่อเทียนไม่ตอบ แต่จูงมือเซียนพระมาที่นอกลาน และหยิบดินขึ้นมาก้อนหนึ่ง แล้วบอกว่า

“ดินนี่ก็เก่ามาก”

คำตอบของหลวงพ่อเทียนนั้น ทั้งคมและทั้งขำ
ทั้งท่านอาจารย์พุทธทาส หลวงพ่อเทียน กระทั่งอาจารย์โกวิท จึงเปรียบประหนึ่งอาจารย์เซนสอนศิษย์

วิชา ปัญญา ปรีชาญาณของท่านเหล่านี้ ล้วนมิได้มีสอนกันอยู่ในมหาวิทยาลัย

หากแต่เป็นวิชาที่มหาวิทยาลัยไม่ได้สอน

เมื่อย้อนคิดถึงต้นกำเนิดความคิดแห่งหนังสือเล่มนี้ ผมจึงอยากบันทึกไว้เป็นประวัติศาสตร์สำหรับผู้อ่านในวาระที่หนังสือ วิชาสุดท้ายที่มหาวิทยาลัยไม่ได้สอน ได้ถูกควบรวมเนื้อหาสองเล่มให้กลายเป็นหนังสือปกแข็งเพียงหนึ่งเล่ม 

หลังกลับจากบ้านพักอาจารย์โกวิท เราแวะกินอาหารเย็นกันแถวหมู่บ้านสัมมากร ระหว่างทางขับรถกลับบ้าน สนทนากันไปมา ในที่สุดก็นำมาสู่จุดเริ่มต้นว่าควรจะแปลสุนทรพจน์ที่บุคคลผู้น่าสนใจไปกล่าวในวันรับปริญญาของมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก 

ตอนนั้น ดูเหมือนว่าคุณสฤณีจะแปลสุนทรพจน์ของสตีฟ จ็อบส์ออกมาเพื่อการอื่นอยู่ก่อนแล้ว ผมจึงเสนอให้นำมารวมไว้ แล้วเลือกคัดสุนทรพจน์ชิ้นอื่นมาเพิ่มเติมตามรสนิยมของผู้แปล ซึ่งผมเชื่อว่า จะเป็นไปอย่างรอบด้าน ลุ่มลึก และน่าจะสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้อ่านคนไทย ที่ไม่ใคร่หรือไม่เคยได้รับฟังปาฐกถาชั้นดีในวันรับปริญญามาก่อน

โดยไม่ตั้งใจ หนังสือเล่มนี้จึงกลายเป็นของขวัญยอดฮิต ที่ถูกส่งมอบในงานวันรับปริญญาอย่างแพร่หลาย ช่วงหลังคำขวัญประจำหนังสือจึงกลายเป็น หนังสือที่บัณฑิตมอบให้แก่บัณฑิต ไปโดยปริยาย

และเพื่อให้สอดคล้องกับแนวคิดของหนังสือ ในด้านการออกแบบปกใหม่ เราจึงเลือกคัดผลงานของสองนักศึกษาในมหาวิทยาลัยชีวิตที่ใกล้ชิดอย่างยิ่งกับสำนักพิมพ์ openbooks

คนแรกเป็นอดีตกองบรรณาธิการนิตยสาร OPEN ยุคบุกเบิก ผู้ผ่านการลองผิดลองถูกในชีวิตมาพอสมควร ก่อนจะตัดสินใจกลับไปเริ่มต้นเรียนวิชาใหม่ ว่าด้วยการย้อมครามและย้อมสีธรรมชาติ ตามตำรับตำราและวิชาความรู้ที่ได้รับสืบทอดจากบรรพบุรุษมาสามชั่วคน 

จากนักเขียนฝีมือดี เราจึงได้นักย้อมผ้าและออกแบบเสื้อฝีมือเยี่ยม เจ้าของแบรนด์ที่ถูกปักด้วยมือชาวบ้านว่า Walk on the Wild Side งานผ้าครามของ นราวุธ ไชยชมพู (และศศิมา อัศเวศน์) จึงถูกเลือกคัดให้กลายมาเป็นหนึ่งในภาพปกของวิชาสุดท้ายที่มหาวิทยาลัยไม่ได้สอน

เช่นเดียวกับภาพถ่ายขาวดำ ล้างอัดด้วยมือในห้องมืดของ ธวัชชัย พัฒนาภรณ์ ผู้ที่เคยฝากผลงานไว้ในหนังสือ ที่เกิดเหตุ ของวรพจน์ พันธุ์พงศ์ หนึ่งในคณะบรรณาธิการนิตยสาร OPEN ธวัชชัยได้ทุน API (Asian Public Intellectuals) ไปใช้ชีวิตและทำงานถ่ายภาพที่ญี่ปุ่นเป็นเวลานาน 1 ปี 
ผลงานที่ถูกเลือกคัดมาเป็นภาพปกนั้น เป็นงานที่ถูกบันทึกระหว่างการเดินทางเข้าสู่มหาวิทยาลัยชีวิตของเขาอีกครั้ง

ทั้งสองสะท้อนให้เห็นถึงการสร้างสรรค์ผลงานทางศิลปะที่เรียบง่าย จากการลงมือปฏิบัติจริง จนเกิดความชำนิชำนาญ เช่นงานของช่างฝีมือในอดีต เป็นความพยายามที่จะนำชีวิตกลับสู่รากเหง้าและแก่นแท้ ดังเช่นปราชญ์โบราณได้พร่ำสอน

หนังสือเล่มนี้จึงเป็นความพยายามท้าทายผู้อ่าน ตั้งแต่การออกแบบปก ไปจนถึงเนื้อหาที่เลือกคัดมาอย่างกว้างขวาง เพื่อให้ผู้อ่านเกิดปัญญาและความกล้าหาญ ในการเลือกเส้นทางเดินของชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อถึงจุดตัดและทางแยก 

ในนามสำนักพิมพ์ ผมขอขอบคุณทุกท่านที่ได้เอ่ยนามมา สำหรับการร่วมรังสรรค์หนังสือเล่มนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณสฤณี อาชวานันทกุล ผู้เป็นกัลยาณมิตร และผู้เปิดโลกให้ผู้อ่านชาวไทยได้เข้าถึงภูมิปัญญาแห่งการศึกษาตะวันตก ผ่านผลงานการแปลและการเขียนมากมาย ขอขอบคุณนักคิด นักเขียน และผู้เป็นแรงบันดาลใจในการดำเนินชีวิตอีกนับร้อยนับพัน ผู้ที่ทำให้หนุ่มสาวกล้าหาญ มุ่งมั่น ที่จะสร้างสรรค์โลกให้งดงาม อันเป็นความฝันที่พวกเราส่วนใหญ่ล้วนตั้งใจ เมื่อครั้งยังเรียนหนังสืออยู่ในมหาวิทยาลัย

ขอให้ความฝันนั้นอยู่กับทุกท่าน แม้ในคืนค่ำอันอ่อนล้า ด้วยการฟันฝ่าอุปสรรคไม่ว่าจะหนักหนาเพียงใดนั้น 

เป็นวิชาสำคัญที่ทุกท่านต้องผ่านด้วยตนเอง


ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา
มิถุนายน 2556


หน้าแรก  |  สินค้า  |  เว็บบอร์ด  |  เกี่ยวกับเรา  |  บทความ  |  วิธีการชําระเงิน  |  ติดต่อเรา  |  Sitemap
© 2001- . TARAD.com. All Rights Reserved.