รายละเอียด:
จาก 6 ตุลาคม 2519 ถึงพฤษภาคม 2553 ผ่านมา 34 ปี ทำไมไม่เคยมีการสรุปบทเรียน ถ้ามีใครตั้งข้อกล่าวหาว่าใครคิดไม่ดีไม่ซื่อต่อสถาบันเมื่อไหร่ ก็จะทำให้คนจำนวนมากสูญเสียความยับยั้งชั่งใจ พลุ่งพล่านไปด้วยโทสะโมหะ พร้อมจะใช้ความอำมหิตโหดเหี้ยมกับฝ่ายตรงข้าม ราวกับคนไทยเป็นหุ่นยนต์ฝังชิพ ปกติเป็นสยามเมืองยิ้ม แต่ถูกสะกิดเรื่องนี้เมื่อไหร่ ก็พร้อมจะแสยะ คว้าเก้าอี้ฟาดศพได้อย่างไม่เหลือความเป็นพุทธศาสนิกชน
นั่นทั้งๆ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสอนให้พสกนิกรอยู่ในหลักธรรมของศาสนา มีเมตตากรุณา มีหิริโอตตัปปะ มีสติยั้งคิด มีความอดทนอดกลั้น ใช้ปัญญาไตร่ตรอง รู้จักใช้ชีวิตอย่างพอเพียง ซึ่งก็หมายถึงไม่สุดขั้วสุดโต่งไปทางใดทางหนึ่ง
แต่มันเกิดอะไรขึ้นกับการอบรมบ่มสอนให้ “รักในหลวง” ที่กลับเป็นเหมือนปลูกฝังความคิดสุดขั้ว ทำไมการอบรมบ่มสอนให้ “ทำดีเพื่อในหลวง” กลับทำให้เกิดอารมณ์ที่พร้อมจะฆ่าคนโดยคิดเอาเองว่าทำเพื่อในหลวง
สังคมไทยต้องทบทวนทัศนะเหล่านี้ ที่กลายเป็นเครื่องมือของกลุ่มอำนาจและผลประโยชน์ ในการปิดปากผู้มีความคิดเห็นแตกต่าง เราจึงจำเป็นต้องแก้ไขมาตรา 112 ซึ่งไม่ใช่แก้ไขให้ใครมาลบหลู่สถาบัน แต่เพื่อให้ความเคารพรักเทิดทูนอยู่ในลู่ของสติและเหตุผล ไม่ถูกนำไปจุดชนวนความรุนแรงอีก ยุติการอ้างสถาบันมาปิดกั้นประชาธิปไตย อันอาจทำให้เกิดแรงปะทะ แทนที่จะปรับเปลี่ยนอย่างสันติ ไปสู่จุดสมดุลของ “ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขภายใต้รัฐธรรมนูญ”
ใบตองแห้ง